แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - ธันวมินทร์ มากมูล

หน้า: [1]
1
เฟิน / เฟินฮาวาย 7-34190-100-500
« เมื่อ: 22 มิถุนายน 2013, 10:53:00 am »
เฟินฮาวาย
ชื่อไทย   เฟินหลังสวนฮาวาย
ชื่อสามัญ  -
ชื่อวิทยาศาสตร์   Microsorium (Phymatodes) diversiforium
เฟินนี้เป็นเฟินจากต่างประเทศ ข้อมูลเบื้องต้นบอกว่าแหล่งที่มาจากเกาะฮาวาย ลักษณะเหมือนกับเฟินหลังสวนของไทยเกือบทุกอย่าง ยกเว้นใบที่หนา และหยักเป็นลอนคลื่น เส้นกลางใบเป็นสันนูน
http://www.thaifern.com/Polypodiaceae/phymatodes/diversiforium.htm
Phymatosorus scolopendria (Burm.f.)Pic.Serm.
ชื่อพ้อง : Microsorum scolopendria (Burm.f) Copel.]
ชื่อสามัญ : Wart Fern, Serpent Fern
ชื่ออื่น : เฟินหลังสวน เฟินยายแพก

2
ไม้เลื้อย / พวงโกเมน 7-3490-001-499
« เมื่อ: 22 มิถุนายน 2013, 10:51:41 am »
พวงโกเมน

ชื่อวิทยาศาสร์ Mucuna bennettii F. Muell.
ตระกูล LEGUMINOSAE
ชื่อสามัญ Newguinea Creeper, Red Jade Vine..

ต้น พวงโกเมนเป็นไม้เถาเลื้อยขนาดเล็ก เนื้อไม้แข็ง เป็นไม้ที่มีการเจริญเติโตได้เร็วและมีการอายุยืน เถาอาจจะเลื้อยไปได้ไกลประมาณ 20-25 เมตร

ใบ เป็นไม้ใบประกอบออกสลับกัน มีใบย่อย 3 ใบ ใบเป็นรูปไข่ หรือรูปหัวใจ ปลายใบแหลม โคนใบ มนเว้าเข้าหาก้านใบ ใบมีสีเขียวเข้มและจะแตกออกเป็นพุ่มแน่น

ดอก ออกดอกเป็นช่อตามลำต้น หรือซอกใบและปลายกิ่ง ช่อดอกมีขนาดใหญ่เป็นพวงห้อยลง ลักษณะของดอกคล้ายดอกแคหรือดอกถั่ว

แสง พวงโกเมนเป็นไม้กลางแจ้งที่ต้องการแสงแดดมาก ถ้าปลูกในร่มจะทำให้มีใบมากกว่าดอก

น้ำ ชอบน้ำปานกลาง พยายามอย่ารดน้ำจนดินแฉะ หรือมีน้ำท่วมขัง เพราะจะทำให้รากเน่าได้ง่าย และเป็นไม้ที่ชอบความชื้นสูง

ดิน ชอบขึ้นในดินร่วนกลางแจ้ง ที่มีอาหารเพียงพอ หรือดินที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยปุ๋ย

การขยายพันธุ์ โดยการปักชำและตอนกิ่ง

พวงโกเมน

ไม่ว่าดอกไม้จะสีอะไร ดอกไม้จะงดงามมากเพียงไหน... ความงามและสีสันของดอกไม้ย่อมแต่งแต้มให้โลกนี้งดงามอยู่เสมอ และทั้งยังแต่งแต้มจิตใจคนให้สดชื่น สบายใจด้วยความงามแห่งพืชพันธุ์ธรรมชาติอันบริสุทธิ์นั้นอีกด้วย




3
ไม้พุ่ม / บาหยา อ่อมแซบ 7-34190-001-498
« เมื่อ: 22 มิถุนายน 2013, 10:50:14 am »
บาหยา อ่อมแซบ




ชื่อพื้นเมือง ย่าหยา บุษบาฮาวาย (กรุงเทพฯ) ผักกูดเน่า (เชียงใหม่)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Asystasia gangetica (L.) T.Anderson
ชื่อวงศ์ ACANTHACEAE
ลักษณะ ไม้ล้มลุก ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก ดอกช่อ สีขาว สีเหลือง หรือสีม่วง
สรรพคุณ ใบ แก้ปวดบวม ปวดตามข้อ ขับพยาธิ ใบและดอก สมานลำไส้ ลดไข้ บรรเทาอาการเจ็บท้องคลอดลูก แก้พิษงู และแก้ม้ามโตในเด็กที่เกิดใหม่
ที่มา พฤกษาน่าสน

4
ไม้เลื้อย / ฟักข้าว 7-34190-001-497
« เมื่อ: 22 มิถุนายน 2013, 10:48:24 am »
ฟักข้าว
วงศ์ CUCURBITACEAE
ชื่อวิทยาศาสตร์  Momordica cochinchinensis Spreng.




ชื่อ   
   
   
ชื่อพื้นเมือง    ผักข้าว ฟักข้าว
   ส่วนที่เป็นผัก ยอดอ่อน ผลอ่อน
ฤดูกาล / รส ฤดูฝน / รสขมออกหวาน ผลอ่อนรสหวาน
การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ปักชำเถาแก่
ประโยชน์ทางยา ใบ-ถอนพิษ เมล็ด-บำรุงปอด
ลักษณะพฤกษศาสตร์   ฟักข้าวเป็นไม้เถาเลื้อยพาดพันต้นไม้ใหญ่หรือรั้วบ้าน เถาสีเขียวอมเหลือง เถาแก่มีข้อโปนออกเป็นปุ่ม ผิว ของเถาจะมีเม็ดสีขาวเล็ก ๆ กระจายอยู่ทั่วไป เจริญเติบโตมากน้อยขึ้นกับแหล่งที่ปลูก เส้นผ่าศูนย์กลางของเถา 0.5 - 1 ซม. ใบเป็นใบเดี่ยว รูปร่างคล้ายใบโพธิ์ ตัวใบแบ่งเป็น 3 ช่วง สีเขียว เส้นผ่าศูนย์กลางของใบประมาณ 10 - 20 ซม. ยาว 5 - 10 ซม. มีหนวดไว้สำหรับเกาะ ดอกเป็นดอกแยกเพศ คือ ดอกตัวผู้และดอกตัวเมีย ดอกตัวผู้สีเหลือง มีกลีบดอก 5 กลีบ กลีบรูปไข่ยาวประมาณ 5 - 7 ซม. ดอกตัวเมียเล็กกว่า ผลรูปร่างกลมรี เนื้อแน่นฉ่ำน้ำ มีหนามเล็กขนาด 3 - 4 มม. อยู่บริเวณผิวรอบผล ผลยาว 10 - 15 ซม. กว้าง 6 - 10 ซม. ผลดิบสีเหลือง ผลสุกสีแดงหรือแดงส้ม เมล็ดรูปไข่ มีจำนวนมาก ยาว 2.6 - 2.8 ซม. กว้าง 1.6 - 2.1 ซม.
การปลูก   ฟักข้าวเป็นไม้ที่ปลูกง่าย การขยายพันธุ์มี 2 วิธี คือ วิธีปักชำและวิธีเพาะเมล็ด ชาวบ้านนิยมวิธีปักชำ โดยนำเถาแก่ที่มีรากเลื้อยอยู่ตามพื้นดิน ตัดขนาดให้ยาวพอเหมาะ และนำมาชำในบริเวณที่ชื้น จากนั้นจึงนำมาปลูกในบริเวณที่ต้องการ
ประโยชน์ทางยา   ราก รสเย็นและรสเบื่อเล็กน้อย สรรพคุณถอนพิษทั้งปวง ดับพิษไข้ทั้งปวง
ใบ สรรพคุณถอนพิษ ดับพิษทุกอย่าง หรือใบใช้ปรุงเป็นยาเขียว
เมล็ด สรรพคุณบำรุงปอด
ประโยชน์ทางอาหาร   ส่วนที่เป็นผัก/ฤดูกาล ยอดอ่อน ใบอ่อน และผลอ่อน ใช้รับประทานเป็นผักได้ ยอดอ่อนมีมากในฤดูฝน ผลอ่อนมีช่วงปลายฤดูฝนหรือต้นฤดูหนาว ชาวเหนือเล่าว่ายอดอ่อนของฟักข้าวจะออกตลอดปี หากเราหมั่นเด็ดยอด จะมีรับประทานได้เรื่อย ๆ ส่วนการติดผลค่อนข้างน้อย จะต้องเป็นเถาค่อนข้างใหญ่ อายุนานปี จึงจะมีลูกให้รับประทาน
การปรุงอาหาร ชาวภาคกลางและชาวเหนือรับประทานฟักข้าวเป็นผักในช่วงฤดูกาลที่ออกยอดมาก จะพบมีขายในตลาด วิธีปรุงเป็นอาหารมี 2 วิธี คือ วิธีแรก นำยอดอ่อน ใบอ่อน หรือผลอ่อน นึ่งหรือลวกให้สุก ผลหั่นเป็นชิ้นตามความยาวของผล และนำไปรับประทานร่วมกับน้ำพริก วิธีที่สองคือนำไปปรุงเป็นแกง ชาวภาคกลางมักปรุงเป็นแกงเลียง ส่วนชาวเหนือปรุงเป็นแกงแคหรือแกงร่วมกับปลาย่างผสมกับผักหลายชนิด
รสและประโยชน์ต่อสุขภาพ   ยอดอ่อนของฟักข้าว รสขมออกหวาน ผลอ่อนรสออกหวาน รับประทานเป็นอาหารจะช่วยบรรเทาความร้อนในร่างกายได้
ผลของฟักข้าว 100 กรัม ให้พลังงานต่อร่างกาย 28 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วย เส้นใย 0.8 กรัม แคลเซียม 50 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 9 มิลลิกรัม เหล็ก 0.4 มิลลิกรัม วิตามินเอ 202 IU วิตามินบีหนึ่ง 0.11 มิลลิกรัม วิตามินบีสอง 0.14 มิลลิกรัม ไนอาซิน 0.6 มิลลิกรัม วิตามินซี 178 มิลลิกรัม


5
ไม้พุ่ม / 7-34190-001-496 เตยหอม
« เมื่อ: 22 มิถุนายน 2013, 10:45:20 am »
เตยหอม                   
ชื่อวิทยาศาสตร์        Pandunus odorus Ridi
วงศ์                         PANDANACEAE
ชื่อสามัญ      (Toeihom)   Screw pine
ชื่ออื่นๆ           ภาคกลาง : เตยหอมใหญ่ (Toei-hom-yai)  เตยหอมเล็ก (Toei-hom-lek)
                     มลายู  : ปาแนะวองิง  (Pa-nae-wo-nging)                                         
ถิ่นกำเนิด       ไทย มาเลเซีย
รูปลักษณะ                ไม้น้ำ ต้นเล็กใบยาวแยกออกจากโคนต้น  ใบเขียวเกลี้ยงไม่มีหนามริมใบ มีกลิ่นหอมมันๆ ต้นแก่มีรากอากาศขึ้นอยู่ตามชายคลองที่น้ำขี้นลงถึง
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
                     ต้นและราก-ใช้เป็นยาขับปัสสาวะกระษัย
               ใบสด-ตำพอกรักษาโรคหัด โรคผิวหนัง ใช้เป็นยาบำรุงหัวใจให้ชุ่มชื้น โดยใช้น้ำใบเตยผสมอาหาร แต่งกลิ่น แต่งสีขนม
 

หน้า: [1]